มัทฉะญี่ปุ่นแต่ละเกรดต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

มัทฉะญี่ปุ่นแต่ละเกรด

เกรดมัทฉะญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายคนมักสงสัยเมื่อเริ่มสนใจชาเขียวญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการนำมัทฉะไปใช้ทำเครื่องดื่มหรือเบเกอรี่ เพราะแม้จะเรียกว่า “มัทฉะ” เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มัทฉะแต่ละเกรดมีความแตกต่างกันทั้งด้านวัตถุดิบ สี กลิ่น รสชาติ และราคาค่อนข้างมาก สำหรับคนที่ทำขนม เครื่องดื่ม หรือธุรกิจคาเฟ่ การเลือกเกรดมัทฉะให้เหมาะกับการใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่เพียงส่งผลต่อรสชาติเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อสีของเมนู กลิ่นหอม และต้นทุนการผลิตอีกด้วย บทความนี้จะพาไปรู้จักเกรดมัทฉะญี่ปุ่นแบบละเอียดตั้งแต่พื้นฐาน วิธีแยกเกรดมัทฉะ ไปจนถึงการเลือกใช้ให้เหมาะกับเมนูต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกมัทฉะได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะใช้ดื่มหรือใช้ทำเบเกอรี่

มัทฉะญี่ปุ่นคืออะไร?

มัทฉะ (Matcha) คือชาเขียวชนิดผงจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้จากใบชาเขียวสายพันธุ์พิเศษ ซึ่งถูกปลูกด้วยวิธีเฉพาะที่เรียกว่า การบังร่มต้นชา (Shade-Grown Tea) ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 20–30 วัน เพื่อลดแสงแดด ทำให้ใบชาสร้างคลอโรฟิลล์มากขึ้น ส่งผลให้ชาเขียวมีสีเขียวสดและมีรสอูมามิชัดเจน หลังจากเก็บเกี่ยวใบชาจะถูกนำไปผ่านกระบวนการนึ่ง อบแห้ง และคัดเส้นใบออก ก่อนจะนำไปบดด้วยหินแกรนิตจนกลายเป็นผงละเอียดมากซึ่งเรียกว่า “มัทฉะ” สิ่งที่ทำให้มัทฉะต่างจากชาเขียวทั่วไป คือการที่เราดื่ม “ใบชาทั้งใบ” ในรูปแบบผง จึงทำให้มัทฉะมีสารอาหารสูง รวมถึงมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าชาเขียวแบบชงใบ

ทำไมมัทฉะญี่ปุ่นจึงมีหลายเกรด

หลายคนอาจคิดว่ามัทฉะเป็นผงชาเหมือนกันหมด แต่ในความเป็นจริง เกรดมัทฉะญี่ปุ่น ถูกแบ่งตามหลายปัจจัย เช่น

  • ตำแหน่งของใบชา
  • ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว
  • วิธีการผลิต
  • คุณภาพของวัตถุดิบ
  • ความละเอียดในการบด

 

โดยทั่วไปใบชาที่อยู่ด้านบนของต้นจะมีคุณภาพสูงกว่า เพราะอ่อนกว่าและมีรสหวานมากกว่า ส่วนใบที่อยู่ด้านล่างจะมีรสขมมากขึ้น จึงถูกนำไปใช้ผลิตมัทฉะเกรดที่แตกต่างกัน

เกรดมัทฉะญี่ปุ่นมีกี่แบบ

โดยทั่วไปเกรดมัทฉะญี่ปุ่นสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน

1. Ceremonial Grade (มัทฉะเกรดพิธีชงชา)

นี่คือมัทฉะเกรดสูงสุดที่ใช้ในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น หรือใช้ดื่มโดยตรง

ลักษณะเด่นของมัทฉะเกรดนี้คือ

  • สีเขียวสดจัด
  • ผงละเอียดมาก
  • กลิ่นหอมสด
  • รสชาติหวานธรรมชาติ
  • มีรสอูมามิชัด
  • แทบไม่มีความขม

 

มัทฉะเกรดนี้มักใช้สำหรับการดื่มเพียว ๆ โดยไม่ผสมส่วนผสมอื่น เช่น นม หรือไซรัป เพราะต้องการดึงรสชาติของชาออกมาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพที่สูง ราคาของมัทฉะเกรดนี้จึงค่อนข้างสูง และมักไม่ค่อยถูกนำมาใช้ทำขนมหรือเครื่องดื่มทั่วไป

2. Premium Grade (เกรดพรีเมียม)

มัทฉะเกรดนี้เป็นเกรดที่ได้รับความนิยมในคาเฟ่และร้านเครื่องดื่ม เพราะให้คุณภาพดี แต่ราคายังเหมาะสม

คุณสมบัติของมัทฉะเกรดนี้ ได้แก่

  • สีเขียวสดสวย
  • กลิ่นหอมชัด
  • รสขมเล็กน้อย
  • เหมาะกับเครื่องดื่ม

เมนูที่เหมาะกับมัทฉะเกรดนี้ เช่น

  • มัทฉะลาเต้
  • มัทฉะนมสด
  • มัทฉะปั่น
  • มัทฉะไอศกรีม

เพราะมัทฉะเกรดนี้ยังคงให้สีเขียวสวยและกลิ่นชาเด่น แม้จะผสมกับนมหรือส่วนผสมอื่น

3. Culinary Grade (เกรดสำหรับทำอาหารและเบเกอรี่)

มัทฉะเกรดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการทำอาหารและขนมโดยเฉพาะ

ลักษณะของมัทฉะเกรดนี้คือ

  • สีเขียวเข้ม
  • รสเข้มข้น
  • มีความขมมากกว่า
  • ราคาประหยัดกว่า

 

มัทฉะเกรดนี้เหมาะกับเมนูเบเกอรี่ เช่น

  • เค้กมัทฉะ
  • คุกกี้มัทฉะ
  • ชีสเค้กมัทฉะ
  • บราวนี่มัทฉะ
  • มัทฉะครัวซองต์

 

เนื่องจากเมื่อนำไปอบหรือผสมกับส่วนผสมอื่น สีและกลิ่นของมัทฉะยังคงชัดเจน

วิธีสังเกตเกรดมัทฉะญี่ปุ่นจากสี กลิ่น และรสชาติ

แม้จะไม่มีฉลากระบุเกรด แต่สามารถสังเกตคุณภาพของมัทฉะได้จากลักษณะต่าง ๆ

สีของมัทฉะ

มัทฉะคุณภาพดีจะมีสีเขียวสดคล้ายหยก ถ้าสีออกเขียวหม่นหรือเขียวอมเหลือง อาจเป็นมัทฉะเกรดต่ำ

กลิ่น

มัทฉะที่ดีจะมีกลิ่นหอมสดคล้ายใบชาใหม่ ถ้ามีกลิ่นเหมือนหญ้าแห้ง แสดงว่าคุณภาพไม่สูง

เนื้อผง

มัทฉะคุณภาพสูงจะมีเนื้อผงละเอียดมาก คล้ายแป้ง

ทำไมมัทฉะถึงเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในเบเกอรี่

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มัทฉะกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมของวงการเบเกอรี่ เนื่องจากมีจุดเด่นหลายอย่าง มัทฉะให้สีเขียวธรรมชาติที่สวยงามทำให้ขนมดูโดดเด่นโดยไม่ต้องใช้สีผสมอาหาร อีกทั้งยังให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติที่แตกต่างจากขนมทั่วไป

 

นอกจากนี้มัทฉะยังสามารถใช้ได้กับขนมหลากหลายประเภท เช่น

  • เค้ก
  • ครัวซองต์
  • ชูครีม
  • มาการอง
  • ไอศกรีม
  • ซอสขนม

 

ทำให้ร้านขนมสามารถสร้างเมนูใหม่ ๆ ได้ง่าย

วิธีเก็บรักษามัทฉะให้คุณภาพดี

มัทฉะไวต่อแสง ความร้อน และความชื้น ดังนั้นการเก็บรักษาจึงสำคัญมาก ควรเก็บใน

  • ภาชนะปิดสนิท
  • ที่มืด
  • อุณหภูมิต่ำ

หากเปิดใช้งานแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1–2 เดือน

เลือกมัทฉะคุณภาพดี ต้องเลือกแหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือได้

สำหรับผู้ที่ทำเบเกอรี่ คาเฟ่ หรือร้านขนม การเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวัตถุดิบที่ดีจะช่วยให้เมนูออกมามีรสชาติ กลิ่น และสีที่สม่ำเสมอ หากกำลังมองหาผงมัทฉะญี่ปุ่นคุณภาพดีรวมถึงวัตถุดิบและอุปกรณ์เบเกอรี่ครบวงจร ที่ Baker Street ร้านอุปกรณ์เบเกอรี่และวัตถุดิบเบเกอรี่ที่รวบรวมสินค้าหลากหลายรายการ ทั้งวัตถุดิบพรีเมียม อุปกรณ์ทำขนม พิมพ์ขนม และแพคเกจจิ้งสำหรับธุรกิจเบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นทำขนม หรือร้านเบเกอรี่ที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพ Baker Street คัดสรรสินค้าที่ได้มาตรฐาน สั่งซื้อสะดวก และจัดส่งรวดเร็ว เพื่อให้การทำขนมเป็นเรื่องง่ายและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น